ความเป็นมาของโครงการ
ปัจจุบันโครงข่ายถนนโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีปัญหาการจราจรเป็นอันมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากตามการเติบโตและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่) เกิดปัญหาการจราจรติดขัดเป็นช่วงๆ ต่อเนื่องจากกิโลเมตรที่ 0+000 บริเวณทางแยกศรีนครินทร์ ถึงกิโลเมตรที่ 13+000 บริเวณทางเชื่อมเข้า-ออก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากตามการเติบโตและการขยายตัวอย่างรวดเร็วของปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าทางอากาศที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และจากการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว บริเวณพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเชื่อมต่อกับโครงข่ายของทางหลวงพิเศษหมายเลข 7


 

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีความคับคั่งทางการเดินทางและการขนส่งทางอากาศอย่างมาก จากรายงานประจำปีของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ในปี พ.ศ.2557 มีผู้โดยสารมาใช้บริการกว่า 50 ล้านคน และมีปริมาณสินค้าและพัสดุไปรษณีย์เข้า-ออก 1.23 ล้านตัน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 และ 4 ตามแผนแม่บทท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยได้แบ่งแผนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิออกเป็น 5 ระยะ และเมื่อพัฒนาจนสมบูรณ์เต็มขีดความสามารถจะประกอบด้วย ทางวิ่ง 4 เส้น สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 120 ล้านคน/ปี และมีหลุมจอดอากาศยาน จำนวน 224 หลุมจอด เพื่อเป้าหมายให้ท่าอากาศยานเป็นศูนย์กลางการบินในทวีปเอเชีย

ส่วนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 (กรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่) เป็นโครงข่ายทางหลวงที่มีความสำคัญในการเชื่อมโยงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงและศูนย์กลางของประเทศไปยังภาคตะวันออก รวมถึงเป็นทางสายหลักที่เชื่อมเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ และเป็นถนนสายสำคัญในการคมนาคมและขนส่งบริเวณพื้นที่ทางด้านทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว อาทิ การขยายตัวของธุรกิจ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา คลังสินค้า สถานีขนส่งสินค้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเขตนิคมอุตสาหกรรมที่สำคัญ ทำให้ปริมาณการเดินทางคมนาคมและขนส่งเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาการจราจรหนาแน่นและติดขัด โดยเฉพาะในช่วงระหว่างทางแยกต่างระดับศรีนครินทร์ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และส่งผลให้ระดับการให้บริการของทางหลวงพิเศษต่ำกว่าระดับมาตรฐานสากล และอาจก่อให้เกิดการสูญเสียทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิตของประชาชน

ดังนั้น หากมีการดำเนินการโครงการทางยกระดับบนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7  ในช่วงศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดที่เกิดขึ้นในช่วงดังกล่าวได้ และสามารถเชื่อมต่อการเดินทางเข้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และสามารถรองรับปริมาณการเดินทางคมนาคมและขนส่งที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต กรมทางหลวงจึงได้พิจารณาให้มีงานศึกษาความเหมาะสมทางยกระดับช่วงศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 และจากการตรวจสอบประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการ ซึ่งต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (พ.ศ.2555) พบว่า โครงการจัดอยู่ในประเภท “ระบบทางพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการทางพิเศษ หรือโครงการที่มีลักษณะเช่นเดียวกับทางพิเศษ” และจากการตรวจสอบพื้นที่ตามแนวเส้นทางโครงการในรัศมี 2 กิโลเมตร พบโบราณสถานที่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียน 1 แห่ง คือ วัดสังฆราชา ดังนั้น โครงการจึงเข้าข่ายประเภท “ทางหลวงหรือถนนที่มีพื้นที่ที่ตั้งอยู่ใกล้โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี แหล่งประวัติศาสตร์ หรืออุทยานประวัติศาสตร์ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ ในระยะทาง 2 กิโลเมตร” ด้วยเหตุนี้โครงการจึงเข้าข่ายต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เสนอต่อสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาก่อนดำเนินการ

ในปี พ.ศ. 2558 กรมทางหลวง จึงได้ว่าจ้างที่ปรึกษา อันประกอบด้วย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และบริษัท วิชั่น อี คอนซัลแทนท์  จำกัด  ดำเนินการศึกษาความเหมาะสม และการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางยกระดับช่วงศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บนทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 เพื่อให้การพัฒนาโครงการมีความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรม และเกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุดและเอื้อประโยชน์กับประชาชนในบริเวณพื้นที่โครงการและผู้ใช้เส้นทางมากที่สุด

สำหรับการประชุมสัมมนาครั้งที่ 1 (ปฐมนิเทศโครงการ) มีวัตถุประสงค์เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารของโครงการ นำเสนอความเป็นมา เหตุผลความจำเป็นของการดำเนินโครงการ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ วัตถุประสงค์ ขอบเขตของการศึกษา ระยะเวลาดำเนินการศึกษา แนวคิดเบื้องต้นในการพัฒนาโครงการ การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม แผนดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน และสร้างความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) ต่อการพัฒนาโครงการ ตลอดจนเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมในการพิจารณาและร่วมให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปใช้ประกอบในการศึกษาของโครงการต่อไป

 


8 | .png | ขนาดไฟล์ 0.00 Kb ดาวน์โหลด 329 ครั้ง ดาวน์โหลด